
ชื่อเรื่อง บทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction)
เรื่อง การสร้างเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ)
ชื่อผู้ศึกษา ชัยวัฒน์ ไชยสงคราม
ปีที่พิมพ์ 2552
บทคัดย่อ
การจัดการเรียนรู้ โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) เรื่อง การสร้างเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) หาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) เรื่อง การสร้างเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) ที่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 2) หาค่าดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนรู้โดยการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) เรื่อง การสร้างเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนเทศบาล 4(อมร สะเพียรชัย อุทิศ) 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) เรื่อง การสร้างเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) เรื่องการสร้างเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ)
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 31 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา มี 3 ชนิด ได้แก่ 1) บทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) เรื่อง การสร้างเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) จำนวน 13 เรื่อง 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) เรื่อง การสร้างเว็บเพจ จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที (t - test )
ผลการศึกษาพบว่า
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) เรื่อง การสร้างเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) เป็นสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 88.78/83.62 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80
2. ดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) เรื่อง การสร้างเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) มีค่าเท่ากับ 0.67 หมายความว่า ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 67
3. บทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) เรื่อง การสร้างเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน
4. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web- Based Instruction) เรื่อง การสร้างเว็บเพจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก
ชื่อเรื่อง การจัดการเรียนรู้เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะ
และกระบวนการกลุ่มร่วมมือ (Co - op Co - op) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้รายงาน นางอภิรมย์ ชัยประทุม
ปีที่พิมพ์ 2551
บทคัดย่อ
การจัดการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะ และกระบวนการ กลุ่มร่วมมือ (Co - op Co - op) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างแผนการจัด การเรียนรู้เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะและกระบวนการกลุ่มร่วมมือ (Co - op Co - op) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะ เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะและกระบวนการกลุ่มร่วมมือ (Co - op Co - op) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 โรงเรียนเทศบาล 4 (อมร สะเพียรชัย อุทิศ) กองการศึกษาเทศบาลเมืองชัยภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 33 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย จำนวน 6 แผน 2) แบบฝึกทักษะ เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย จำนวน 6 เล่ม 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งเป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และ 4) แบบวัดความพึงพอใจ จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการทดลองปรากฏ ดังนี้
1. แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะ และกระบวนการกลุ่มร่วมมือ(Co - op Co - op) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 6 แผน รวม 12 ชั่วโมง นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะและกระบวนการกลุ่มร่วมมือ(Co - op Co - op) เพิ่มขึ้น มีค่าเท่ากับ 83.71
2. แบบฝึกทักษะการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.08/83.71 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80
3. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเท่ากับ .68 แสดงว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 68
4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะและกระบวนการกลุ่มร่วมมือ (Co - op Co - op) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
|